แม้เราจะรวมการปรับขึ้น PSC ที่ 100 บาท ทั้งผู้โดยสารระหว่างประเทศและในประเทศ ซึ่งทําให้คาดการณ์กําไรและราคาเป้าหมายของเราปรับขึ้นเป็น 32 บาท แต่มูลค่าของ AOT ยังคงดูแพงที่ PE ที่ 29 เท่า ในปี FY26F
เทียบกับกําไรที่เติบโตเฉลี่ยเพียง 12% ในปีFY26-28F ดังนั้นเราจึงยังคงคําแนะนํา “ขาย”ราคาเป้าหมายปรับเพิ่มเป็น 32 บาท คงคําแนะนํา "ขาย" เราปรับกําไรปี 2026-27F ของ AOT ขึ้น 24-38% และปรับราคาเป้าหมาย
(ปีฐาน FY26F) เป็น 32 บาท/หุ้น (จาก 24 บาท) สะท้อนการปรับขึ้น ค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสาร (PSC) ที่ 100 บาท ทั้งผู้โดยสารระหว่าง ประเทศและในประเทศ แต่ยังคงคําแนะนํา "ขาย" AOT เนื่องจาก
1) การฟื้นตัวของราคาหุ้น 42% จากจุดตํ่าสุดในปีนี้น่าจะสะท้อนข่าวดีไปแล้ว
2) เรากังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวที่ช้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย และ
คาดว่าจะเติบโตเพียง 3/3% y-y ในปี2026-27F (-6% y-y ในปี 2025F),
3) การปรับสัญญาดิวตี้ฟรีของ King Power ยังไม่แน่นอน และเราคาดว่า
จะมีการลดการชําระรายได้ประกันขั้นตํ่าของ King Power ลง 22% ในปี
FY26F (ดูบทวิเคราะห์AOT “อาจมีการแก้ไขสัญญา” 18 มิถุนายน 2025),
และ 4) แม้จะรวมการปรับขึ้น PSC แล้ว แต่มูลค่าของ AOT ยังดูแพงที่
PE ที่29 เท่า ในปี FY26F เทียบคู่แข่งที่23 เท่า
อาจมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม PSC 100 บาท
แม้ว่าการปรับเพิ่ม PSC ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจาก AOT ยังคงอยู่ใน กระบวนการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า ก่อนที่จะมีการหารือกับสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และยื่น PSC
ที่ได้รับการปรับแล้วให้กับคณะกรรมการการบินพลเรือนเพื่อขออนุมัติ แต่
เราประเมินตามคําแนะนําของ CAAT โดยสมมติว่าค่าธรรมเนียม PSC จะ
ปรับขึ้น 100 บาท เป็น 830 บาท สําหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ และ
230 บาท สําหรับผู้โดยสารภายในประเทศ เนื่องจาก AOT จําเป็นต้อง
ประกาศ PSC ใหม่อย่างน้อยสี่เดือนก่อนมีผลบังคับใช้ เราจึงสมมติว่า
PSC ใหม่จะเริ่มมีผลตั้งแต่ 3QFY26F เป็นต้นไป (ปีงบการเงินของ AOT สิ้นสุดในเดือนกันยายน)
คาดกําไรเติบโตเฉลี่ยที่12% ในปีFY26-28F
หลังกําไรลดลง 8% y-y ในปี FY25F (เทียบกับลดลง 1% ใน 9M25) เนื่องจากรายได้จากสัมปทานดิวตี้ฟรีที่ลดลงหลัง AOT ได้ทวงคืนพื้นที่เชิงพาณิชย์บางส่วนจาก King Power เราคาดว่ากําไรของ AOT จะฟื้นตัวด้วย
การเติบโต 8/21/8% y-y ในปี FY26-28F แม้เราคาดว่าจะมีรายได้
สัมปทานดิวตี้ฟรีลดลงอีกครั้งในปี FY26F จากการปรับสัญญาที่ทําให้
รายได้ประกันขั้นตํ่าของ King Power ลดลง แต่น่าจะถูกชดเชยด้วยรายได้ จากผู้โดยสารที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของผู้โดยสารระหว่างประเทศ 3–5% ต่อปีในปี2026-28F และการปรับขึ้น PSC อีก
100 บาทที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่3QFY26F เป็นต้นไป
อยู่ในช่วงลงทุนมากกว่า2.5 แสนลบ.
หนึ่งในเหตุผลหลักของการปรับขึ้น PSC คือเพื่อหนุนการขยายขีดความ
สามารถในการรองรับของ AOT โดย AOT มีแผนที่จะใช้งบลงทุนมากกว่า
2.5 แสนลบ. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับจาก 121 ล้านคน
(119 ล้านคน ในปี FY24) เป็น 207 ล้านคน โครงการหลักประกอบด้วย
การขยายสนามบินสุวรรณภูมิทางตะวันออกวงเงิน 1.2 หมื่นลบ., อาคาร
ผู้โดยสารใต้และรันเวย์ที่ 4 วงเงิน 1.7 แสนลบ., สนามบินดอนเมืองเพส 3
วงเงิน 3.6 หมื่นลบ. และสนามบินเชียงใหม่เฟส 2 วงเงิน 2.4 หมื่นลบ. เรา
ใส่งบลงทุนรวมของ AOT ที่ 2.64 แสนลบ. ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
Comments
0 comments
Please sign in to leave a comment.